น้องๆ พวกนี้เข้ามาอยู่ในกล่องนี้ตั้งแต่ยังแบเบาะ จนผ่านไปสามวัน สภาพที่เห็นจึงเป็นเช่นนี้ค่ะ งวดนี้นำเอาวิธีการเพาะเมล็ดพืชผักสวนครัวอย่างง่ายๆ (ดูเหมือนว่าเราใช้คำๆ นี้กันอย่างฟุ่มเฟือยสุดๆ ว่าไหมคะ) (แต่มันก็ง่ายจริงนี่คะ ง่าย ง๊าย ง่าย)
การเพาะเมล็ดแบบนี้ทำให้รู้สึกราวกับว่าเรากำลังปฏิบัติการอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์เลยทีเดียว และมันเป็นวิธีที่ดีมากสำหรับความคิดของฉันนะ เพราะเรามองเห็นมันได้ตลอดเวลาที่ต้องการ เพราะเราเพาะเจ้าเมล็ดน้อยๆ ของเราในกล่องพลาสติกแบบที่เด็กๆ ใช้ใส่ข้าวไปโรงเรียน หรือใช้ใส่อาหารเก็บในตู้เย็น
เราเพียงแค่เอากล่องมา ล้างคว่ำผึ่งให้แห้ง แล้วก็เอากระดาษทิชชู่มารองที่ก้นกล่อง เทน้ำใส่ลงไปให้
กระดาษซับน้ำไว้จนอิ่มตัว แล้วเราก็เอาเมล็ดผักที่เรามีแปะลงไปอย่างมีระเบียบ แล้วก็ปิดฝากล่องไว้ จะเอาเก็บไว้ในห้องหรือที่ไหนๆ ก็ได้ ขอเพียงแต่อย่าให้โดนแดดแรงๆ (เดี๋ยวน้องผักของเราจะไม่รอด)ด้วยวิธีนี้เราสามารถแอบมองน้องผักของเราได้ตลอดเวลาที่ต้องการ แต่ถ้าจะให้ดีขอแนะนำว่าทำเป็นลืมๆ สักวัน เพราะเมื่อลืมๆ ไปสักพักใหญ่ๆ กลับมาดูอีกที น้องเมล็ดผักของเราจะเด้งดึ๋งออกมาจากเมล็ด และออกราก ยืดตัวเก้งก้างอย่างที่เห็นในรูป (เป็นวันที่สามของการเพาะ)
และในกล่องของเราก็มีนานาชีวิต มีทั้งแตงญี่ปุ่นที่ซื้อมารับประทาน(จากโลตัส) มะเขือยาวม่วงที่ได้รับมาจากแฟนนิยาย ส้มสีทองจากคนแถวบ้าน มะเขือเปราะจากตลาดข้างบ้าน ฟักทองที่ป้าเก็บเมล็ดให้เมื่อปีที่แล้ว และลูกท้อที่
ชาวดอยเอาลงมาขาย (แต่ลูกท้อนี่ไม่กล้าหวังเลยจริงๆ เลยลองเพาะดูเล่นๆ เม็ดเดียว) อ้อ มีผักกาดจ้อน(ผักกวางตุ้งดอกเหลือง) กับผักบุ้งด้วยตอนถ่ายรูปสามกล่องหลายชีวิตนี้ เป็นเย็นวันที่สามของการเพาะ
ครั้นพอเวลาผ่านไปอีก 1 วันเท่านั้น เจ้าตัวน้อยทั้งหลายก็ชูคอสลอนอย่างที่เห็น เห็นแล้วช่วยไม่ได้เลยจริงๆ ที่จะคิดไปถึงเด็กเล็กๆ ที่พอพลัดตาไม่นาน พวกเขาก็ไม่แบเบาะกันอีกต่อไป เพราะเขาเจริญเติบโตอย่างเร็วมากจนน่ามหัศจรรย์ใจ เขามีราก และมีใบเลี้ยง ก้านของเขาสูงยาวและคดโค้งเพราะสูงชนฝากล่อง
ในวันที่ 4 ของการเพาะ จัดแจงแยกคุณฟักทองสองต้นที่โตเกินกว่าจะอยู่ในกล่องได้ต่อไป ออกไปเพาะในกล่องใส่ดิน พร้อมกับคุณแตงสองต้น แต่วางหลบแดดอยู่ในบ้านก่อนเพราะวันนี้ท้องฟ้าเปิดโอกาสให้ชาวบ้านตากผ้าหนึ่งวันเพราะมีแดดส่องดีทั้งวัน
ช่วงนี้สายฝนโปรยปรายมาเรื่อยๆ เพราะเป็นหน้าฝนแล้ว หวังใจเอาไว้ว่า ผักที่จะปลูกต่อไปนี้คงจะงอกงามดี และแข็งแรงพอที่จะสืบลูกสืบหลานต่อไปในหน้าหนาว และแอบหวังต่อไปว่าอีกไม่นานต่อจากนี้ ผักต่างๆ ที่บ้านจะมีเพียงพอต่อการบริโภคในครอบครัว และสุขภาพคงแข็งแรงเพราะไม่ต้องเสี่ยงต่อสารตกค้างใดๆ จากพืชผักที่มาจากตลาดอีกต่อไป
0 comments:
Post a Comment