Monday, 18 May 2009

น้ำส้มสายชูหมัก

หลังจากข่าวการสุ่มตัวอย่างพืชผักต่างๆในตลาดสดหลายแห่งแล้วพบสารปนเปื้อน มากมายในอาหารเหล่านั้น ทำให้หวนกลับมาคิดถึงความรู้สึกตอนเมาผักคะน้ากันทั้งบ้านในคราวโน้น ซึ่งทำให้เลิกร้างห่างไกลกับผักคะน้าที่เคยโปรดปราน จนแม้นบัดนี้ยังไม่กล้าซื้อหามารับประทานเลยเจ้าค่ะ

แหมคุณคะย้อนนึก ถึงแล้วรู้สึกได้เลยว่ามันทำให้ตายได้จริงๆ นะเพราะทั้งพะอืดพะอม คลื่นไส้ ทั้งถ่ายท้องจนไม่มีเรี่ยวมีแรง หลังจากนั้นฉันมีความเพียรพยายามที่จะปลูกคะน้าหลายหน แต่อาจเป็นเพราะตอนที่มีความพยายามสูงนั้นไม่ตรงต้องตามฤดูกาลที่จะปลูก หรืออาจเพราะโดยปรกติแล้ว ฉันเองไม่ใช่คนมือเย็นตามอย่างคนโบราณบ้านเราว่า หรือไม่ใช่คนหัวแม่มือเขียวอย่างฝรั่งเขาเปรียบเปรยกับคนที่ปลูกอะไรก็งาม ขจีแต่อย่างใด

ตัวฉันนั้นคงต้องใช้ความพยายามสูงส่งกว่าชาวบ้านเขา หลายเท่ากับการปลูกผักที่ตั้งอกตั้งใจอยากปลูก แต่เจ้าต้นกระเพราอันงามสะพรั่งหลังบ้านฉันนั้น ไม่รู้มายังไงนะ เพราะบ้านที่ฉันอยู่ทุกหลังจะต้องมีกระเพราขึ้นงอกงาม ให้ฉันเด็ดเมล็ดแห้งๆ ของมันมาโปรยเล่นในยามว่างเสมอช่างเถอะไม่ได้จะมาพูดถึงเรื่องปลูกผักจริง จังอะไรสักหน่อย เพราะเรื่องที่ฉันจะพูดถึงคราวนี้เป็นเรื่องของน้ำส้มสายชูต่างหาก

เหมือนๆ ไม่ค่อยเข้ากับอะไรต่อมิอะไรที่เกริ่นนำมาเลยนะคะ ใจเย็นค่ะ สืบเนื่องมาจากการมีข่าวตรวจเจอสารต่างๆในอาหารในผักนั้นผักนี้ และพบน้ำส้มสายชูปลอมในพริกดองเครื่องก๋วยเตี๋ยว ทำให้ฉันเกิดปริวิตกไม่น้อยเพราะเป็นคนชอบก๋วยเตี๋ยวและชอบที่จะใส่พริกดอง ทีละเยอะๆ ซะด้วย

ความจริงแล้วน้ำส้มสายชูกลั่นราคาไม่แพงเลย แค่ขวดละสิบกว่าบาท ถึง ยี่สิบบาทเท่านั้น ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าพ่อค้าแม่ค้าทำไมจะต้องลดต้นทุนให้มันเหลือน้อยเหลือ นิดเข้าไปอีก ชนิดที่ว่าท้องไส้ใครจะพังก็พังกันไปฉันไม่เกี่ยว แต่ฉันจะเอากรดมะนาว หรือกรดน้ำส้มผสมน้ำให้กินอย่างงี้แหละเฟ้ยใครจะทำไม นี่แค่ตัวอย่างหนึ่งทำเท่านะ ในบ้านเมืองเรายังมีอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่างที่ไร้ความรับผิดชอบยิ่งกว่า นี้อีก อย่างเช่นเนื้อปลาปักกะเป้านั่นไง ที่เอามาหลอกปลอมเป็นปลากรายบ้าง ปลอมว่าเป็นเนื้อไก่บ้าง เอามาทำปลาเส้นโรยงา(ของเคยชอบ)บ้าง คิดแล้วขนลุกบรื๋อ! เอ้าออกนอกเรื่องอีกแล้วสิเรา ว่าแล้วไม่รอช้า เลยลองทำพริกดองด้วยน้ำส้มสายชูกลั่น รสชาดเปรี้ยวแบบปรี๊ดจี๊ดจ๊าดจริงเจียว ฉันจำไม่ได้ว่าสำนวนของใครที่เรียกรสเปรี้ยวประมาณนี้ว่าเปรี้ยวแบบเกรี้ยว กราดแต่ฉันชอบใจจริงๆ กับคำๆ นี้

ค้นไปค้นมาในครัวไปเจอน้ำส้มสายชู จากเมืองฝรั่งเข้า เป็นน้ำส้มสายชูจากแอปเปิล ที่เรียกกันว่าแอปเปิลไซเดอร์ที่เคยใช้ทำข้าวปั้นเมื่อครั้งกระโน้น เลยลองเอามาทำพริกดองถ้วยเล็กๆ ดูอีกสักถ้วยเพื่อเปรียบเทียบรสชาดกัน ซึ่งได้ความว่า พริกดองจากน้ำส้มสายชูหมักนั้นให้รสชาดเปรี้ยวมากเหมือนกันแต่ไม่จี๊ดจ๊าด อยากบอกว่าเปรี้ยวมนๆ ก็อาจพากันงงกับศัพท์ใหม่ คิดได้แล้ว ว่ามันนวลกว่า ใช่แล้วรสมันเปรี้ยวแบบนวลๆ และหอมกลิ่นผลไม้ แต่ถ้าถามว่าอร่อยไหม อยากบอกว่าแปลกๆ คงเนื่องจากยังไม่ชินก็เป็นได้ แต่อย่างไรก็ดี คุณสมบัติของน้ำส้มสายชูหมักนั้นย่อมเลิศเลอกว่าน้ำส้มสายชูกลั่นอย่างแน่ นอนอยู่แล้ว ยิ่งเป็นน้ำส้มสายชูจากแอปเปิลด้วยแล้ว คุณประโยชน์ของมันนั้นยาวเป็นหางว่าวเลยทีเดียว ก็เรียกว่าสมๆ ราคาที่ค่อนข้างแพงของมันว่างั้นเถอะค่ะ

อย่ากระนั้นเลยนะ ลองค้นหาตำหรับตำรามาทำกันหน่อยท่าจะดี ว่าน้ำส้มสายชูหมักนั้นเขามีกรรมวิธีทำกันอย่างไร เพราะฉันนั้นเป็นคนที่พร้อมเสมอที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะเข้ามาบั่นทอน สุขภาพอันดีของฉันและคนในครอบครัว และพร้อมเสมอที่จะค้นคว้าหาหนทางอื่นๆ ที่ดีกว่าเข้ามาชดเชย เอาเป็นว่าเริ่มสนใจน้ำส้มสายชูหมักแล้วล่ะ แต่เพราะสิ่งที่ฉันสนใจนั้นไม่ได้มีขายทั่วไปตามท้องตลาดบ้านนาป่าดอย น้ำส้มสายชูแอปเปิลไซเดอร์ขวดเดียวยังต้องฝากคนซื้อจากเมืองกรุงเลย (ที่จริงในเมืองเชียงใหม่ก็มี แต่คนที่ฉันฝากซื้อนั้นเขาต้องส่งพัสดุมาให้ฉันพอดี จึงไหว้วานให้ช่วยซื้อน้ำส้มชนิดนี้ใส่กล่องส่งมาพร้อมกันด้วย)

ส่วน ถ้าจะพูดถึงน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ชนิดอื่นละก็ออกจะหายากกว่าเสียอีกนะฉัน ว่า ที่ว่าหายากนั้นไม่ใช่ว่าไม่มีใครทำ เท่าที่ค้นหาดูจากอินเตอร์เน็ตก็พบว่า มีกลุ่มแม่บ้านทำกันอยู่บ้างเหมือนกันแต่เผอิญไม่ใช่น้ำส้มสายชูหมักจากผล ไม้ที่ตัวฉันเองคิดว่าเหมาะแก่การทำน้ำส้มสายชู และฉันจะซื้อน้ำส้มสายชูหมักหนึ่งขวดทางอินเตอร์เน็ตเชียวหรือคุณ สู้ฉันค้นสูตรแล้วลองหมักจะเก๋ไก๋กว่ากันเยอะว่าไหม

แต่การหาสูตรใน อินเตอร์เน็ตก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ เท่าที่ค้นเจอมีแต่สูตรการหมักน้ำส้มสายชูจากกล้วยสุก จึงค้นหาตำราเป็นหนังสือเอาดีกว่า การอยากรู้อะไรในยุคสมัยนี้ไม่ใช่เรื่องยากมาก แต่บางทีอาจต้องรอเวลาซักหน่อยเท่านั้นเอง เพราะต้องสั่งหนังสือจากเมืองกรุง กว่าหนังสือจะรอนแรมมาถึงก็ลืมๆ ไปแล้วว่าเคยอยากทำน้ำส้มสายชูหมักน่ะ

มีตำราในมือทีนี้ก็อ่านใหญ่ เชียว อืม..อ่านหลายรอบสรุปได้ว่า การทำน้ำส้มสายชูนั้นทำแบบยากก็ดูยาก(จัง) เพราะต้องใส่ทั้งเชื้อยีสต์และเชื้อน้ำส้มสายชูบริสุทธิ์ซึ่งหาซื้อยากที เดียว แต่ถ้าจะทำแบบง่ายก็ไม่ยาก อย่างงค่ะ เอาง่ายๆ คือมีทั้งแบบง่ายๆ และแบบยากๆ อย่าลองทายเสียให้ยากเลยว่าตัวฉันจะเลือกลองทำแบบไหน

คั้น น้ำแอปเปิลใส่ขวดโหลไว้ โดยเหลือที่ว่างไว้ 1/3 ส่วน ปิดปากโหลด้วยผ้าขาวบางเพื่อกันแมลงและฝุ่นละออง ตั้งทิ้งไว้ 45 วัน จะได้น้ำส้มสายชูหมัก

ที่ง่ายคือง่ายแบบนี้ละคุณ

แต่แบบ ยากกว่าก็มี คือหั่นแอปเปิลใส่น้ำพอท่วม นำไปตุ๋น ใช้ผ้าขาวบางปิดปากภาชนะไว้หกเดือน นำมากรอง (ยากกว่าแต่ไม่ยากมาก แต่นานหน่อย)

การทำน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ชนิดอื่นๆ จะมีสูตรการทำต่างกันออกไป เช่นถ้าทำจากน้ำมะพร้าว(ทั้งแก่และอ่อน) ต้องผสมน้ำตาลด้วย คือผลไม้ที่ไม่หวานนั้นควรเติมน้ำตาลเพื่อให้มีความหวานประมาณ 20 % เพราะหลักในการหมักน้ำส้มสายชูจะมีสองขั้นตอนคือ การหมักช่วงแรกจะเปลี่ยนน้ำตาลในผลไม้ให้เป็นแอลกอฮอล์ อีกช่วงหนึ่งจะเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้เป็นน้ำส้มนั่นเอง

แต่ถ้าผลไม้รส เปรี้ยวจัดอย่างมะขามเปียกนั้นง่ายมากๆ เพราะใส่น้ำลงไป 4 เท่าของมะขาม แช่ไว้แล้วเขย่า จากนั้นนำมากรองแล้วเอาใส่โหลทิ้งไว้(หมั่นคนในช่วงสัปดาห์แรก) ครบสองสัปดาห์ก็เอามาใช้ได้ ง่ายและเร็วดีไหมล่ะ ก่อนนำมาใช้ควรต้มให้เดือดก่อนเพื่อฆ่าเชื้อ ส่วนที่ยังไม่ได้ใช้(หากทำเยอะ) ควรเก็บไว้ดิบๆ แบบนั้นก่อน เพราะสามารถนำไปเป็นหัวเชื้อน้ำส้มหมักในคราวต่อไปได้ จะทำให้ระยะเวลาในการหมักสั้นลงเช่นปรกติหมัก 45 วัน อาจเหลือประมาณ 30 หรือ 35 วัน (หากใช้ได้น้ำส้มสายชูที่หมักไว้จะเลิกเป็นฟอง)

น้ำส้ม สายชูหมักนั้นใช้ได้หลายประสงค์ ใช่แต่นำมาดองพริกน้ำส้มเท่านั้นนะ แต่สามารถนำมาผสมน้ำผึ้งเท่าตัว ใส่เกลือเล็กน้อย ใช้จิบเป็นยาแก้ไอได้อย่างดีเยี่ยม นำมาผสมน้ำเย็น 20 เท่า ล้างหน้าแก้หน้ามันได้ดี และใช้ล้างผมภายหลังการสระผมทุกครั้งจะช่วยให้ผมสะอาดปราศจากรังแคอีกด้วย

และ ยุคสมัยใหม่นี้เขาผสมน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกันแล้วด้วยนะ การดื่มน้ำส้มสายชูหมักนั้นช่วยให้ระบบการขับถ่ายเป็นไปด้วยดี ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งด้วยนะคะ เดี๋ยวนี้บ้านฉันจึงมีน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้หลากหลายชนิด ทั้งสัปปะรด สาลี่ดอย แอปเปิล มะเฟือง ลิ้นจี่ ช่วงนี้เข้าหน้าหนาวแล้วเริ่มคิดถึงสตอเบอรี่สีแดงๆ กับกลิ่นอันหอมหวาน น้ำส้มสายชูสตอเบอรี่สีแดงใสๆ ใส่พริกดองคงดูแปลกตาเก๋ไก๋ น้ำส้มสายชูสตอเบอรี่ผสมน้ำผึ้งเขย่าพร้อมก้อนน้ำแข็งสี่ห้าก้อน เป็นเครื่องดื่มตอนบ่ายคงสดชื่นไม่น้อย

สมัยนี้เมืองไทยไม่ค่อยมีใคร ทำน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้เจ๋งๆ กันแล้ว นับตั้งแต่มีการทำน้ำส้มสายชูกลั่นขาย จะมีหลงเหลืออยู่บ้างก็แต่ที่หมักไว้กินกันที่บ้าน คือเป็นของโฮมเมดบ้านใครบ้านเขาว่ากันไป ทำเสร็จแจกจ่ายไปตามญาติพี่น้อง ญาติสนิทมิตรสหายให้ช่วยกันกิน(จะได้หมด) ส่วนที่หมักขายเป็นล่ำเป็นสันนั้นไม่ค่อยเห็นจึงรู้สึกเสียดายๆ เพราะเห็นผลไม้มากมายหลายอย่างที่น่านำมาทำ ยิ่งช่วงนี้กระแสรักสุขภาพกำลังมาแรงจึงควรถือโอกาสฟื้นฟูภูมิปัญญาเหล่านี้ ให้คืนกลับมาอีกครั้งก่อนที่คนยุคใหม่ของเราจะไม่รู้จักคำว่าน้ำส้มสายชู หมักจนกระทั่งต้องยกตัวอย่างน้ำส้มสายชูแอปเปิลไซเดอร์ของฝรั่งเขามาเป็น ตัวอย่างจึงจะร้องอ๋อ

การเข้าไปหาสูตรการทำน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ จากอินเตอร์เน็ตทำให้ฉันรู้ว่ามีคนสนใจอยากทำอยู่เหมือนกัน แต่ก็คงไปเจอแต่สูตรกล้วยอย่างที่ฉันเจอ ทั้งที่คงอยากได้สูตรผลไม้อย่างอื่นกัน แต่ความจริงแล้ว เมื่ออ่านตำหรับตำราเข้าจริงๆ ก็พบว่ามันเหมือนการทำอาหารนะคะ มันไม่ค่อยมีอะไรตายตัว เช่นบางที่บอกว่าต้องใช้ผลไม้เท่านี้ และน้ำสะอาดเท่านี้ๆ และควรให้มีความหวานประมาณ 20%ของส่วนผสมทั้งหมด แต่บางสูตรบอกว่า ใช้น้ำผลไม้อย่างเพียวๆ ก็ได้แต่ทั้งสองสูตรนั้นใช้กรรมวิธีการหมักที่แตกต่างกันบ้าง ใช้ระยะเวลาที่เร็วช้าไม่เท่ากัน และผลออกมาต้องเทียบรสชาดเอาเองว่า รสชาดอย่างไหนที่เราชอบมากกว่า และอย่ากลัวที่จะลอง เพราะที่ฉันทำมาไม่เคยเสียเลยค่ะ น้ำส้มสายชูหมักนั้นจะไม่เสีย หากอุปกรณ์ทุกอย่างที่ใช้ทำนั้นสะอาดพอ

และน้ำส้มสายชูจะใสไม่มี ตะกอนเมื่อถ่ายจากขวดโหลใส่ขวดปากแคบด้วยสายยางขนาดเล็กด้วยวิธีกาลักน้ำ โดยการใช้หลอดดูดนม(ขนาดเล็ก)ต่อเข้ากับปลายสายยาง ขณะที่ปลายสายยางอีกด้านหนึ่งจุ่มลงในขวดโหล ดูดน้ำส้มออกมาจากขวดโหล(โดยผ่านหลอดดูดนมนะคะ) แล้วบีบปลายสายยางไว้ ถอดหลอดดูดนมออกจากสายยาง หย่อนปลายสายยางที่บีบไว้ลงในขวดปากแคบ(วิธีนี้ปากจะไม่สัมผัสกับสายยางโดย ตรงจึงสะอาดถูกอนามัย)เลือกใช้ขวดสวยๆ จะยิ่งทำให้แลดูสวยงามและภาคภูมิใจ เวลานำไปฝากใคร ควรมีป้ายห้อยคอขวดไว้ซักหน่อยว่านี่คือน้ำส้มสายชูหมักจากอะไร หมักวันไหน เดือนไหน ปีไหน น้ำส้มสายชูหมักนั้นยิ่งทิ้งไว้นานวันยิ่งมีรสชาดดีและมีกลิ่นหอม ฝรั่งเขาหมักกันเป็นปีๆ และเป็นหลายๆ ปี ยิ่งหมักนานยิ่งขายได้ราคาแพง

หากใครอยากลองทำน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ ลองทำตามสูตรข้างล่างนี้ดูได้ค่ะ

น้ำส้มสายชูหมักจากน้ำมะพร้าว

ใช้ น้ำมะพร้าวแก่หรืออ่อนก็ได้ 1 ลิตร น้ำตาลทราย 150 กรัม นำไปต้มให้เดือด แล้วทิ้งให้เย็น แบ่งน้ำมะพร้าวออกมาประมาณ 1 แก้ว โรยเชื้อยีสต์ประมาณ 1/4 ช้อนชา ทิ้งไว้จนเกิดฟอง จึงเทน้ำหมักนี้ลงในน้ำมะพร้าวทั้งหมด เทใส่โหลแก้วปิดปากโหลด้วยกระดาษผูกด้วยเชือกให้แน่น โดยเหลือที่ว่างในภาชนะไว้ประมาณ 1/3 ส่วน และวางโหลไว้ในกะละมังใส่น้ำเพื่อกันมด ตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องนาน 45 วันขึ้นไป จากนั้นถ่ายใส่ขวดโหลปากกว้าง ปิดปากโหลด้วยผ้าขาวบางสองชั้น หรือกระดาษ ประมาณ 5 วันเพื่อระเหยแอลกอฮอล์ แล้วจึงนำมากรองใส่ขวด หรือใช้วิธีกาลักน้ำด้วยสายยางขนาดเล็กจะช่วยทำให้ใส หากจะบริโภคให้นำไปต้มด้วยความร้อน 60 องศา นาน 30 นาที แล้วเทใส่ขวดจากนั้นเช็ดขวดด้วยผ้าชื้นและแช่ขวดลงในน้ำเพื่อลดอุณหภูมิ จากนั้นจึงเก็บขวดน้ำส้มสายชูของเราไว้พร้อมหยิบมาใช้บริโภคและแจกจ่ายได้ ตลอดเวลา

น้ำส้มสายชูจากสัปปะรด

น้ำสัปปะรดคั้น 5 ลิตร น้ำสะอาด 8 ลิตร น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม เทรวมกันต้มให้เดือดนาน 5-10 นาที ทิ้งให้เย็น แบ่งน้ำสัปปะรดครึ่งถ้วย โรยยีสต์ 1 ช้อนชา กรรมวิธีอื่นเช่นเดียวกันกับน้ำส้มสายชูจากน้ำมะพร้าว และหากทำหลายครั้งแล้ว สามารถเก็บน้ำส้มสายชูดิบจากครั้งก่อนไว้เป็นเชื้อน้ำส้มสายชูในครั้งต่อไป โดยเติมลงในส่วนผสมหลังจากการหมักทิ้งไว้ 5-7 วัน ในอัตราส่วน หัวเชื้อน้ำส้มสายชู 10% ของส่วนผสมทั้งหมด จะช่วยเร่งการหมักให้เร็วขึ้น

คน ที่ไม่เคยรับประทานน้ำส้มสายชูหมัก แรกๆ จะรู้สึกแปลกๆ สักนิด จากกลิ่นและรสของมัน (อันนี้บอกไว้ก่อน ประเดี๋ยวจะคิดว่าน้ำส้มเสีย) น้ำส้มสายชูที่หมักครบเวลาแล้วจะมีรสเปรี้ยวต่างจากน้ำส้มสายชูกลั่น และกลิ่นหมักผสมกลิ่นผลไม้จะคล้ายๆ กลิ่นน้ำซาวข้าวเปรี้ยวๆ แต่กลิ่นและรสจะดีขึ้น (และยิ่งเปรี้ยวยิ่งขึ้น) หากเก็บไว้นานวัน

ทำ ไปทำมาฉันรู้สึกชอบการทำน้ำส้มสายชูด้วยวิธีคั้นสด แล้วหมักไว้โดยไม่เติมยีสต์และหัวเชื้อน้ำส้มสายชูดิบ เพราะมันง่ายดีและคิดเอาเองว่ามันน่าจะเข้มข้นกว่าด้วยคุณค่าของน้ำผลไม้ที่ ไม่ถูกเจือจางด้วยน้ำ (อันนี้คิดเอาเองนะ) แต่หากเทียบกันเรื่องความเปรี้ยวนั้น ลิ้นสัมผัสบอกว่าเปรี้ยวสูสีกัน เพราะหมักน้ำส้มนั้นจะเติมน้ำหรือไม่เติมน้ำ หากผ่านการหมักนานวัน ยังไงก็เปรี้ยวอยู่แล้ว

ฉันได้ลองทำน้ำส้มสายชูจากสาลี่ดอยคั้นสด โดยคั้นน้ำสาลี่ใส่โหลไว้เฉยๆ เขย่าบ้างในช่วงเจ็ดวันแรก คือลองทำตามกรรมวิธีการทำน้ำส้มสายชูแอปเปิลไซเดอร์นั่นแหละ ก็ได้ผลดีทีเดียว เพราะได้น้ำส้มสายชูรสเปรี้ยวกลิ่นหอมหวาน ตอนนี้ใช้ผสมน้ำผึ้งกับเกลือจิบเป็นยาแก้ไอ เพราะสรรพคุณของสาลี่นั้นแก้ไอได้ดี

ที่ใช้สาลี่แทนแอปเปิ้ลเพราะ แอปเปิ้ลแถวบ้านฉันส่วนใหญ่มาจากเมืองจีน ซึ่งยังมีการใช้สารเคมีกับผลไม้ประเภทนี้อยู่ จึงไม่กล้าเอามาทำ ส่วนสาลี่ดอย(เปลือกสีน้ำตาล)นั้น ซื้อจากชาวเขาแถวบ้าน ซึ่งปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีจึงมั่นใจ มะฟงมะเฟืองหาซื้อเอาตามบ้านใกล้เรือนเคียงเขาปลูกไว้กินบ้านละต้นสองต้น น้ำส้มสายชูจากมะเฟืองคั้นสดนั้นหอมดี และยังมีผลไม้อีกอย่างที่หมายตาเอาไว้ คือมังคุด และเขาว่าข้าวก็ทำน้ำส้มสายชูหมักได้จึงเมียงมองข้าวก่ำหรือข้าวเหนียวดำเอา ไว้เพราะชอบสีสันของมัน แหมน่าลองไปซะทั้งนั้นค่ะ ปีใหม่นี้ท่าจะไม่ต้องทำของขวัญอื่นเป็นพิเศษแล้วล่ะ หาขวดสวยๆ มาใส่น้ำส้มสายชูผูกโบหรูๆ แค่นี้คนรับก็ยิ้มแก้มป่องแล้วจ้า ..

9 comments:

Anonymous said...

สวัสดีเจ้าคุณป้าวดี:)
ข้าเจ้าได้ทดลองทำน้ำหมักจากผลส้มโอเจ้า
กับคนพิเศษ (อิอิ)ได้ผลสำเร็จดีมาก
ได้วุ้นมาเป็นของแถม ล้างน้ำให้หายเปรี้ยว
หั่นเป็นชิ้นพอคำเจ้า ใส่กล่องแช่เย็นไว้
ประกอบอาหารคาว หรือผัดได้เจ้า
ข้าเจ้าลองผัดแบบซีอี๊ว ผัดกะเพรา แกงเผ็ด
ได้ผลดีเจ้า มันนิ่ม หยุ่นๆลิ้นคล้ายเส้นก๋วยเตี๋ยว
ขอบคุณเว็บปิงฟ้าฯ ที่จุดประกายให้ข้าเจ้า
ได้ทำสิ่งใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ชอบเจ้า
อเนกประสงค์จริงๆ อยากเชิญชวนให้ชาวปิงฟ้าฯ
ทุกท่านทดลองทำบ้าง สนุกเจ้า....บายบายยย :)

สถาพร said...

สวัสดีค่ะ ดีใจจังที่คุณโพสต์วิธีทำน้ำส้มสายชูหมักและรายละเอียดแบบผู้ที่มีประสบการณ์ทำจริงไว้ ส่วนตัวชอบดื่มน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลผสมน้ำผึ้งตอนเช้าหลังตื่นนอน รู้สึกกระปรี้กระเปร่าดีค่ะ แต่ราคาของน้ำส้มสายชูหมักที่ซื้อจากห้างมาแพงเอาการ เลยคิดว่าจะลองทำเองดู ไม่ทราบว่าพอจะบอกชื่อของตำราเกี่ยวกับน้ำส้มสายชูที่คุณศึกษาได้ไหมคะ? เป็นประเภทชอบอ่านตำราเหมือนกันค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าเลยนะคะ

Anonymous said...

ได้ความรู้จากหนังสือเกษตรกรรมธรรมชาติค่ะ ฉ.ที่ 11 /2548 ค่ะ หนังสือดีราคาถูกที่จะช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นเพียงเล่มละ 40 บาทเท่านั้นค่ะ สามารถหาซื้อได้ตามแผงหนังสือทั่วไป เปิดดูด้านหลังหนังสือ จะมีหนังสือเก่าๆ หรือหนังสือรวมเล่มแต่ละปีให้สั่งซื้อได้ด้วยค่ะ

สถาพร said...

ขอบคุณมากอีกครั้งค่ะ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงดีเสมอนะคะ ^-^

Anonymous said...

ขอบคุณค่ะ เสิร์ชเจอ ไม่คิดว่าจะมีความรู้หลากหลายดัดแปลงให้เราศึกษาได้มากขนาดนี้ ขอบคุณอีกทีนะคะ

Anonymous said...

สวัสดีคะ ขอบคุณนะคะที่แบ่งปันความรู้ น่ารักมากคะ ว่าจะลองทำดูคะ นาก็ซื้อน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิมาทานเหมือนกัน รสชาติแปลกๆเพราะชินต่อน้ำส้มสายชูกลั่น ไม่ทราบจริงๆนะคะว่ามีประโยชน์มากขนาดนี้ ดีใจจริงๆที่ได้เข้ามาดู ขอบคุณอีกครั้งคะ...นา

nn'' said...

อยากทราบว่าแค่นำน้ำแอปเปิ้ลคั้นมาใส่ขวดโหล ปิกฝาด้วยผ้าขาวบางแล้วทิ้งไว้ ก็จะได้น้ำส้มสายชูเลยหรือคะ ? เห็บบางที่บอกว่าให้ปิดฝาเพื่อไม่ให้อากาศเข้าไป ถ้าใช้ผ้าขาวบางมันก็ต้องมีอากาศเข้าไปสิคะ ..หรือมันแล้วแต่วิธีการของแต่ละคนคะ ...พอดีอยากทำเก็บไว้ทานเองที่บ้านค่ะ เพราะน้ำส้มสายชูที่ซื้อตามห้างหรือร้านขายของชำนั้นทั้งกลิ่นและรสชาติไม่ถูกปาก และไม่ถูกใจเอาเสียเลย ...ยังไงก็ขอความกรุณาด้วยนะคะ

VD said...
This comment has been removed by the author.
VD said...

ตอบคุณ nn" ค่ะ การทำำน้ำส้มสายชูหมักตามบ้านๆ มักจะใช้วิธีโบราณคือหมักแบบให้อากาศเข้าไปทำปฏิกิริยาทำให้เกิดกรดอะซิติกอย่างช้าๆ ใช้ผ้าขาวบางทบหลายชั้นปิดปากขวดโหล หรือจะใช้กระดาษสีขาวธรรมดาปิดปากขวดแล้วรัดด้วยเชือกให้แน่น แค่กันฝุ่นละอองก็ใช้ได้แล้วค่ะ
คุณจะทดลองใช้ผลไม้หลายๆ อย่างหมักรวมกันก็น่าสนใจดีนะคะ :D

ส่วนด้านล่างนี้คือเว็บไซต์ การทำนำส้มสายชูหมักจากดอกอัญชันค่ะ (ค้นมาให้อ่านค่ะ)

http://www.thaihealth.or.th/partner/blog/15630